โรคลืมตัวเป็นช่วงๆ
posted on 21 Jun 2008 23:19 by deraphyแหะๆ อย่างแรก ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวน้องใหม่คนนี้บ้างนะคะ เพิ่งลองครั้งแรก ปกติเป็นคนอ่านอย่างเดียววันนี้พอดีมันเกิดคึก และเน็ทอำนวยเลยจัดการลงมือทำอะไรกับบล็อกให้มันเป็นรูปธรรมขึ้นมาหน่อย
.
.
.
อย่างที่เห็นบนหัวข้อก็ขอเล่ากันตามประเด็นเลยละกันนะ
จะมีใครเป็นอย่างเรามั้ยนะ? ประเภทวอกแวกง่าย เจออะไรล่อตาเข้าหน่อยก็พุ่งเข้าไปหาโดยไม่คิด
ก็เออนะ...อารมณ์มันประมาณว่า "ไม่เป็นไรแป๊ปเดียว" แต่มันแป็ปเดียวจริงๆนะ ไม่เคยเกิน 1 ชั่วดมงซะที
เรื่องมันก็คือ ก่อนหน้านี้เม่ากำลังทำงานอยู่ งานมันก็แค่พิมพ์ๆอะไรนิดๆหน่อยๆไม่ถึงชั่วโมงก็น่าจะเสร็จแล้ว
ถ้า...
-ไม่แอบงีบไปซัก 1 ชั่วโมง
-ไปนั่งดูการ์ตูนช่อง 9 จนครบทุกเรื่อง
-ปั่นจักรยานไปหาน้ำแข็งใสกินแก้กระหาย เดี๋ยวนี้โลกร้อน เราต้องหาวิธีช่วยลดความร้อนให้กับโลกไม่เชื่อหาน้ำแข็งมาลูบๆพุงดูดิ
และ อีก บลาๆๆๆ
งานมันควรเสร็จตั้งแต่ 8 โมงแล้ว ถ้าโลกนี้ไม่เต็มไปด้วยสิ่งล่อตาล่อใจเด็กตาดำๆอย่างเรายังไงๆก็ยังมองว่าตัวเองถูกเสมอ
พูดๆแล้วรู้สึกเดจาวูขึ้นมา เมื่อก่อนก็เป็นสงสัยโรคนี้มันจะติดกันทั้งครอบครัว
เรื่องก็คือ คุณน้า(ข้างบ้าน)ท่านมีงานเป็นงานทำการ์ดกระดาษสาขาย ปกติเราก็ไม่ได้ยุ่งด้วยหรอก แต่พอดีเค้ามาถามว่าปิดเทอมอยากหาอะไรทำหนุกๆพร้อมหาตังค์ได้มั้ย เราเลยไม่รอช้า พุ่งเข้าไปรับด้วยใบหน้าชื่นบานอารามว่าตูงกนิดๆ
เราก็นั่งทำกับน้าก่อนจนคล่องแล้วจึงยกงานมานั่งทำที่บ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเห็นเงินเหนาะๆมาวางกองตรงหน้า นั่งยิ้มกับแม่กันสองคน เรารับมา 50 ชุด กับทำโบว์เล็กๆ อีก 3 มวน ทำภายใน 3 วัน
ตอนนั้นคำนวนเวลาไว้แล้วว่าคงเสร็จทัน ปัญหามันก็คือลืมบวกลบคูณหารเวลาที่จะเถลไถล
วันแรก
การทำงานเป็นไปด้วยความขยันขันแข็ง เมื่อสองแม่ลูกร้อนวิชา มือคนหนึ่งติดกาว คนหนึ่งมัดโบว์ไวเสียกว่าผูกเชือกรองเท้า โดยมีท่านพ่อคอยให้กำลังใจแล้วส่งข้าวส่งน้ำมาให้เป็นพักๆ
วันที่สอง
10 โมงเช้า สองแม่ลูกยังคงนอนผลักกันไปมาในผ้าห่ม
11 โมงครึ่ง ลุกขึ้นมาดูนาฬิกา แล้วตกลงปลงใจหลับต่ออีกยก
เที่ยงเป้ะ ท่านพ่ออดรนทนไม่ได้เข้ามาในห้องแล้วเปิดเพลงลูกทุ่งดังกระหึ่ม อารมณเหมือนกำลังหลับอยู่ข้างๆคอนเสิร์ตแอ๊ด คาราบาว
เมื่อลุกจากเตียงก็ออกไปหาข้าวกิน พร้อมรบเร้าให้ท่านพ่อพาไปเที่ยวตามคลองชลประทานทั้งๆที่ผ่านทุกวันหลังเลิกเรียน
เมื่อกลับมาก็เหนื่อยกับการเดินทาง พร้อมหนังท้องที่ไปกินข้าวซอยมาก็เริ่มตึงตามหลักการฟิสิกส์หนังตาจะหย่อนตามเลย ตกลงใจหลับกันต่อจนถึง 6 โมง เพราะต้องตื่นมาดู แดจังกึม
ทานข้าว หลับจนถึง 9 โมงเช้าของอีกวัน...
วันที่สาม
(ย้อนกลับไปดูตารางเดิมในวันที่สอง จนถึง 6 โมง)
ตรัสรู้อีกทีก็ต้องมานั่งทำงานพร้อมดูแดจังกึมเคล้าน้ำตา เหลืออีกแค่ 20 ชุดก็จริงแต่ไอ้โบว์นี่สิ ไม่มีพร่องไปบ้างเลย!!!
บ้านตอนน้นเหมือนโรงงานนรก นั่งทำไปโทษพ่อไป ว่าพ่อนั่นแหละพาเที่ยว พ่อสวนง่า ก็พวกเอ็งนั่นแหละบังคับให้พาไป
สุดท้ายเราก็ได้ลูกมือมาเพิ่มอีกคน มองไปมองมาพ่อกลับทำสวยกว่าเราอีกแน่ะ แถมยังมีการเทศนาระหว่างทำงาน มีบริการน้ำเต้าหู้โด้ปกำลัง และบริการหัวเราะเยาะเย้ยอีกคนละหลายยก ทั้งๆที่พ่อก็ต้องมาช่วยเหมือนกันแหละว้า....ยังคงไม่สำนึก อีกตรู
พอเช้าวันส่งงาน พ่อก็ไปเล่าให้น้าฟังน้างี้หัวเราะเอ้าหัวเราะเอา พูดแล้วมันน่าเจ็บใจ
ที่เอามาเล่ามันเป็นอาการของโรคนี้น่ะนะ เตือนๆทุกคนเอาไว้ ไม่งั้นได้มานั่งหัวฟูเหมือนเราแน่ๆ

#1 By โหลดเพลง (124.157.236.176) on 2009-10-07 17:54